Learning 4 Live

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง แบบง่ายๆ

รูปแบบข้อสอบ TOEIC แบบใหม่

/
/
/
110 Views

เตรียมตัวไว้ให้ดี ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่

ข้อสอบ TOEIC มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบข้อสอบครั้งสุดท้ายเมือประมาณ 6 ปีก่อน ดังนั้นทาง EST ได้ปรับรูปแบบข้อสอบ TOEIC ใหม่ให้ทันสมัย และสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันมากขึ้น โดยได้เริ่มใช้ข้อสอบรูปแบบใหม่นี้ไปแล้วในประเทศญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ ส่วนประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

ข้อสอบ TOEIC ในไทย

ในที่สุดก็มาถึงแล้ว โดยจะเริ่มเปิดให้สอบ TOEIC แบบใหม่ได้ประมาณเดือน พฤษภาคม 2018 (*เปิดสอบ TOEIC แบบใหม่เดือนละ 1 รอบ)

ข้อสอบ TOEIC แบบเก่า vs New TOEIC 2018

ด้านล่างเป็นตารางเปรียบเทียบข้อสอบ TOEIC แบบเก่า และแบบใหม่ที่เราต้องสอบกัน

สิ่งที่เหมือนเดิม

  • คะแนนเต็ม 990 (แบ่งเป็น Listening และ Reading พาร์ทละ 475 คะแนนเหมือนเดิม)
  • เวลาในการทำข้อสอบ 120 นาทีเท่าเดิม
  • พาร์ทที่รูปแบบข้อสอบยังเหมือนเดิม คือ Photographs, Question-Response, Incomplete Sentences

สิ่งที่เปลี่ยนไป

1. จำนวนข้อในแต่ละพาร์ท

2. พาร์ท Short Conversations

รูปแบบเดิม: เสียงบทสนทนาระหว่างคน 2 คน (ผู้หญิง และผู้ชาย)

รูปแบบใหม่: บางบทสนทนาจะมีผู้พูดถึง 3 คน (เนื่องจากมีผู้พูดมากกว่า 2 อาจจะมีการพูดชื่อใครคนใดคนหนึ่งขึ้นมาด้วย)

  • โจทย์คำถามจะมีการอ้างอิงถึงประโยคจากบทสนทนาด้วย

แนวการตอบ: จะต้องพอจับใจความ หรืออารมณ์ของคนพูดได้ เพราะการ imply (อ้างอิง) จะไม่มีคำตอบปรากฏในบทสนทนา แต่เราต้องเดาว่าผู้พูดต้องการสื่ออะไร

  • บางบทสนทนาจะมีให้ภาพประกอบมาด้วย เพื่อให้ดูควบคู่กับการฟัง โดยจะมีภาพ และคำถาม

แนวการตอบ: เนื่องจากบทสนทนาจะไม่มี script มาให้ ดังนั้นตอนฟังเราต้องจับให้ได้ว่าสรุปแล้วผู้หญิงในบทสนทนาน่าจะโทรหาใคร ซึ่งบางทีในบทสนทนาอาจจะไม่ได้พูดถึงเบอร์ แต่พูดถึงชื่อเท่านั้น แต่ในตัวเลือกที่ให้มากลับเป็นเบอร์ต่อสาย ดังนั้นเราก็ต้องดูว่าชื่อที่พูดถึงในบทสนทนานั้น ต้องเป็นเบอร์อะไร

3. พาร์ท Short Talks

รูปแบบเดิม: เป็นประกาศสั้นๆ คนพูดคนเดียว

รูปแบบใหม่: แนวประกาศ ผู้พูดคนเดียวเช่นกัน ส่วนที่ปรับคือ

  • โจทย์มีการอ้างถึงประโยคที่พูดไป

แนวการตอบ: จะคล้ายกับในพาร์ท Conversation คือต้องฟังแล้วจับใจความเอา เนื่องการเป็นโจทย์แนวให้เรา imply ดังนั้นจะไม่มีคำตอบบอกตรงๆ

  •  บาง Talk มีภาพประกอบ ให้ดูประกอบกับเสียงพูด

แนวการตอบ: คำถามประเภทนี้มักจะไม่บอกคำที่มีอยู่ในตารางตรงๆ แต่อาจจะบอกเป็นข้อมูลส่วนอื่น ให้เรามาหาคำตอบเอาเองอีกที เช่น ในบทพูดจะบอกว่า

“So, please remove the last item on our order.” แสดงว่าข้อนี้ต้องเลือก (D) เพราะเป็นลำดับสุดท้ายของ order นั่นเอง

4. พาร์ท Text Completion

รูปแบบเดิม: จะเป็นโจทย์แบบให้เลือกเติมคำ โดยเป็นคำศัพท์สั้นๆ

รูปแบบใหม่: ยังคงเป็นการเติมช่องว่าง แต่จะมีบางข้อที่ให้เติมเป็นประโยค แทนการเติมคำ
แนวการตอบ: จากที่แต่ก่อนเราสามารถดูแค่ประโยคนั้นๆ เพื่อหาคำตอบได้ สำหรับโจทย์ที่ให้เติมเป็นประโยคแบบนี้ ต้องอ่านประโยครอบๆ เพิ่มเติมด้วยว่ากำลังพูดถึงอะไร และเนื้อหาเป็นไปในทิศทางไหน เพื่อเลือกประโยคให้เหมาะสมที่สุด

5. พาร์ท Reading Comprehension

รูปแบบเดิม: เป็นใบประกาศ โฆษณา หรืออีเมลตอบโต้

รูปแบบใหม่: เพิ่มรูปแบบ chat log หรือหน้าต่างแชทเข้ามาด้วย ให้อ่านแล้วตอบคำถาม
แนวการตอบ: ถึงรูปแบบจะเปลี่ยนไป แต่การทำโจทย์ยังคล้ายเดิม คือถามถึงประโยคนึงจากการแชท เพราะงั้นเราต้องลองย้อนอ่านดูว่าเขากำลังพูดถึงเรื่องอะไรอยู่ เพื่อดูว่ามีความเกี่ยวข้องกับประโยคที่เขาถามยังไง

  • เพิ่มโจทย์ประเภทให้เลือกตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อเอาประโยคที่ให้มาเข้าไปแทรก
  • โจทย์บางชุดสำหรับ Reading Comprehension จะให้ข้อมูลมา 3 ส่วน เพื่อให้อ่านเชื่อมโยงกัน แล้วตอบคำถาม (จากของเก่าที่มากสุดมีแค่ 2 ส่วน) โดยทั้ง 3 ส่วนอาจจะเป็นข้อมูลจากหน้าเว็บ, อีเมล, และใบประกาศ

สรุป: ข้อสอบ TOEIC แบบใหม่นั้นจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบของโจทย์ในบางพาร์ทให้ทันสมัยขึ้น และเกลี่ยจำนวนข้อสอบในแต่ละพาร์ทเพื่อโฟกัสที่การใช้งาน และความเข้าใจภาษาอังกฤษมากขึ้น ดังนั้นสำหรับใคร ที่ชินกับการสอบแบบเดิม ถ้าไปทำข้อสอบแบบใหม่จะรู้สึกว่ายากขึ้นแน่นอนค่ะ

This div height required for enabling the sticky sidebar
%d bloggers like this: