Learning 4 Live

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง แบบง่ายๆ

Conjuction คืออะไร

/
/
/
130 Views

Conjuction คือ คำเชื่อม

แบ่งเป็น 3 ประเภท

  • Coordinating conjunctions
  • Subordinating Conjunctions
  • Correlative Conjunctions

Coordinating conjunctions 

คือ คำสันธานที่ใช้เชื่อมคำหรือประโยคสองประโยคที่มีน้ำหนักเท่ากัน หรือมีความสำคัญเท่ากัน คำเชื่อมที่ใช้เช่น  

  • And   =  และ ใช้เชื่อมประโยคที่ไปในแนวเดียวกัน
  • Yet และ But   =   แต่  ใช้เชื่อมประโยคที่ขัดแย้งกัน
  • For   =   เพราะว่า ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน โดย for จะแสดงเหตุ *for จะนำหน้าประโยคที่เป็นเหตุ
  • Or   =   หรือ ใช้เชื่อมในประโยคที่แสดงทางเลือก
  • Nor และ neither   =  ไม่ทั้งสอง ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นไปในเชิงปฏิเสธทั้งคู่
  • So   =   ดังนั้น ใช้เชื่อมประโยคที่เป็นเหตุเป็นผลกัน

ตัวอย่างประโยค

  • I love you and you love me too.  =  ฉันรักเธอ และ เธอก็รักฉัน
  • My brother worked hard but he did not succeed.  =  พี่ชายของฉันทำงานหนัก แต่ เขาก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ
  • He went in, for the door was open.  =  เขาเข้าไป เพราะว่าประตูเปิดอยู่
  • She wants to watch TV or listen to some music.  =  เธอจะดูทีวีหรือจะฟังเพลง
  • They chat on Facebook, nor they chat on Line.  = พวกเขาไม่แชททั้งทางเฟสบุ๊ค ไม่แชททั้งทางไลน์
  • They chat on Facebook, so they don’t chat on Line.  =  พวกเขาแชททางเฟสบุ๊ค ดังนั้นพวกเขาจึงไม่แชททางไลน์

Subordinating Conjunctions 

คือ คำสันธานที่ใช้เชื่อมประโยคใจความรองเข้ากับประโยคใจความหลัก ประโยครองคือประโยคที่สื่อความหมายไม่สมบูรณ์ คำเชื่อมที่อยู่ในกลุ่มนี้เช่น  

  • After   =   หลังจาก  
  • Because   =   เพราะว่า
  • If   =   ถ้า
  • Although   =  แม้ว่า
  • Unless   =   เว้นเสียแต่ว่า
  • Until   =   จนกระทั่ง
  • When   =   เมื่อไร
  • as soon as   =   ทันทีที่
  • Where   =  ที่ไหน
  • Whereas    =    ขณะที่
  • Wherever   =    เมื่อใดก็ตาม
  • While    =    ขณะที่
  • In order that   =   เพื่อว่า

ตัวอย่างประโยค

  • He will go homes after he finishes his work.  =    เขาจะกลับบ้าน หลังจากเขาทำงานเสร็จ
  • The boy was absent because he was ill.  =   เด็กชายขาดเรียน เพราะว่า เขาป่วย
  • Stay indoors if it rains.   =    อยู่ในร่ม ถ้าหากฝนตก
  • Although it was cold, I went swimming.   =    ถึงแม้ว่าจะหนาว ฉันก็จะไปว่ายน้ำ
  • I’ll be there at nine, unless the train is late.   =    ฉันจะอยู่ที่นั้นตอนเก้าโมง เว้นแต่ รถไฟจะมาสาย
  • They did not come until the meeting was half over.   =   พวกเค้าไม่มา จนกระทั่ง การประชุมผ่านไปเกินกว่าครึง
  • She drinks water when she is thirsty only.   =   เธอกินน้ำเมื่อกระหายเท่านั้น
  • I’ll leave for the funeral as soon as the meeting ends.  =    ฉันจะออกจากที่นี่เพื่อไปงานศพ ทันทีที่ ประชุมเสร็จ

Correlative Conjunctions

คือ คำสันธานที่ต้องใช้คู่กันอยู่เสมอ ทำหน้าที่คล้ายกับ  Coordinating conjunctions เป็นการเชื่อมประโยคที่มีความสำคัญ น้ำหนักเท่าๆ กัน แต่คำเชื่อมนี้จะมาเป็นแพ็คคู่ เหมือนฝาแฝด คำเชื่อมชนิดนี้ได้แก่

  • as…as…   =   เท่ากับ
  • both…and…  =   ทั้งและ
  • Either…or…   =    เปล่า ไม่ก็
  • not only…but (also)   =   ไม่เพียงแค่แต่ยัง…(อีกด้วย)
  • no sooner…than  =  ยังไม่ทันที่ก็
  • neither…nor…  =  ไม่ทั้งไม่ทั้ง
  • just as…so…  =  เหมือนกับที่
  • rather…than …  =   …ดีกว่า
  • whether…or   =    ว่าหรือ
  • the…the   =   ยิ่งยิ่ง

ตัวอย่างประโยค

  • She is as tall as me.   =    เธอสูงเท่ากับฉัน
  • I enjoy both singing and dancing.   =    ฉันมีความสุขกับการร้องเพลงและการเต้น
  • Either Chat or Jane must go home now.  =  ไม่ชาติก็เจนต้องกลับบ้านเดี๋ยวนี้
  • He is not only kind but also clever. =  เขาไม่เพียงแค่ใจดี แต่ยังฉลาดอีก

 

ให้คะแนนบทความ
Sending
User Review
0 (0 votes)
This div height required for enabling the sticky sidebar
%d bloggers like this: