Learning 4 Live

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง แบบง่ายๆ

Negative sentence (ประโยคปฏิเสธ) ลักษณะอย่างไร

/
/
/
96 Views

รูปแบบประโยคอีกแบบหนึ่งในภาษาอังกฤษคือ ประโยคปฏิเสธ หลักการในการทำประโยคบอกเล่าเป็นปฏิเสธไม่ซับซ้อนเท่าประโยคคำถาม ทางลัดคือแค่หากริยาแท้และกริยาช่วยในประโยคให้ได้

1. สำหรับ simple tense ไม่ว่าจะเป็น present หรือ past tense ให้ใช้ verb to do เข้ามาช่วย เพราะประโยคบอกเล่าของมันไม่มีกริยาช่วย แค่นำกริยาช่วย verb to do มาเติม not แล้ววางๆไว้หน้ากริยาแท้ในประโยคก็เป็นอันเรียบร้อย สามารถเขียนรูปย่อได้ดังนี้

do not = don’t
does not = doesn’t
did not = didn’t

เช่น

You don’t have to go there.
They did not tell us about this.
She doesn’t like living in downtown.
2. ใน Tense อื่นๆ นั้นจะมีกริยาช่วยในประโยคบอกเล่าอยู่แล้ว ไม่ต้องไปตามหาให้วุ่นวาย ก็จับ not ใส่ข้างหลังกริยาช่วยเหล่านั้นได้เลยเป็นอันเรียบร้อยค่ะ รูปย่อของกริยาช่วยแต่ละตัวมีดังนี้

is not = isn’t has not = hasn’t
am not = ‘m not have not = haven’t
are not = aren’t had not = hadn’t
was not = wasn’t
were not = weren’t

เช่น

They weren’t sleeping when the thief came in.
I have not opened my computer for months.
*** ในกรณีที่ verb to be ไม่ว่าจะเป็นกริยาช่วยหรือกริยาแท้ (แปลว่า เป็น, อยู่, คือ) ก็เติม not เข้าไปได้เลย เช่น

He isn’t here.
เขาไม่ได้อยู่ที่นี่
แต่ถ้า verb to have หรือ verb to do เป็นกริยาแท้จะเติม not เข้าไปเลยไม่ได้ ต้องเอา verb ช่วย ตาม tense นั้นมาเติมอีกทีหนึ่ง เช่น

I don’t have much work.
She has done it alone.
** ประโยคอื่นๆ ที่มี modal verb (can, could, will, would, may, might, shall, should) เวลาอยากจะทำเป็นปฏิเสธก็เติม not เข้าไปหลัง modal verb ได้เลยเช่นกัน เช่น

I can’t believe it happened.
You shouldn’t spend much money on useless things.
ประโยคบางประโยค ถึงแม้ไม่มีคำว่า not แต่มีจะมี adverb ที่มีความหมายเป็นปฏิเสธก็จะถือเป็นประโยคปฏิเสธเช่นกัน เช่น

He never comes early.
She hardly speaks rudely.

This div height required for enabling the sticky sidebar
%d bloggers like this: