Learning 4 Live

ฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเอง แบบง่ายๆ

preposition คืออะไร อธิบายการใช้ให้ชัดเจนและเข้าใจง่าย

/
/
/
72 Views

preposition คืออะไร และมีอะไรบ้าง : วันนี้เราจะมาเรียนรู้หลักการใช้ Preposition (บุรพบท) กันนะครับ สรุปให้ฟังง่ายๆตรงนี้ก่อนว่า บุรพบท คือคำที่นำหน้าคำนาม สรรพนาม หรือกริยา เพื่อบ่งบอกเวลา สถานที่ ทิศทาง วิธีการ และเหตุผล

◊ Preposition คืออะไร
คำว่า preposition คือคำผสมระหว่าง

pre แปลว่า ก่อน

position แปลว่า ตำแหน่ง

สองคำนี้รวมกันแปลว่า ตำแหน่งก่อนหน้า ซึ่งจริงๆแล้วมันก็เป็นดังชื่อนี่แหละ เพราะการใช้ preposition มันจะ “นำหน้า” คำนาม สรรพนาม หรือ กริยา เพื่อบ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างคำ ซึ่งในหลักภาษาไทยครูมักจะยกตัวอย่างว่า คำบุรพบทได้แก่ แก่ เพื่อ ต่อ เป็นต้น

หลักการใช้ Preposition
มาดูตัวอย่างเสริมความเข้าใจนะครับ ให้จำไว้ว่า คำบุรพบทคือ คำคำที่นำหน้าคำนาม สรรพนาม และกริยาเพื่อบ่งบอก เวลา สถานที่ ทิศทาง วิธีการ และเหตุผล เหล่านี้คือหลักๆนะครับ มันมีปลีกย่อยอีกเยอะ ขอยกตัวอย่างแค่นี้ละกัน

เรียนรู้เพิ่มเติม ⇒ หลักการใช้ in on at ⇐

1. Preposition บ่งบอกเวลา
I eat dinner at 6 oclock.
ฉันกินอาหารเย็น เวลา 6 โมง
I eat pizza on Monday.
ฉันกินพิซซ่า ใน วันจันทร์
I was born in 1998
ฉันเกิด ใน ปี 1998


2. Preposition บ่งบอกสถานที่
I eat pizza at home.
ฉันกินพิซซ่า ที่ บ้าน
I put my pen on the desk.
ฉันวางปากกาของฉัน บน โต๊ะ
I live in Bangkok.
ฉันอาศัยอยู่ ใน กรุงเทพ


3. Preposition บ่งบอกทิศทาง
I walk to school.
ฉันเดิน ไปสู่ โรงเรียน (เดินไปโรงเรียน)
They run towards the pond.
พวกเขาวิ่ง ไปยัง สระน้ำ


4. Preposition บ่งบอกวิธีการ
I go to school by car.
ฉันไปโรงเรียน โดย รถยนต์
I eat pizza with hands.
ฉันกินพิซซ่า ด้วย มือ


5. Preposition บ่งบอกเหตุผล
I eat to live.
ฉันกิน เพื่อ อยู่
I live to eat.
ฉันอยู่ เพื่อ กิน
จริงๆแล้ว การสอนเรื่อง Preposition จะสอนกันแค่ “คำบุรพบท คือ คำที่บ่งบอกความสัมพันธ์ระหว่างคำ” แต่ในที่นี้แยกย่อยออกมาเป็นข้อๆ เพื่อให้ผู้เรียนมองให้เห็นภาพว่าเขานำไปใช้กันอย่างไรบ้าง แค่นั้นเองครับ ใครจะไปแยกย่อยให้เยอะกว่านี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ในแง่ของการเรียนรู้ภาษาเพื่อการใช้งาน แค่นี้ก็ถือว่าเหลือแหล่แล้ว

ให้คะแนนบทความ
Sending
User Review
4 (1 vote)
This div height required for enabling the sticky sidebar
%d bloggers like this: